patriarch-artical

อัครบิดร หรือ Patriarch เป็นตำแหน่งมุขนายกชั้นสูงที่สุดในคริสตจักรอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ซึ่งแต่ละลัทธิ แต่ละศาสนาก็จะมีการเรียกชื่อตำแหน่งของมุขนายกชั้นสูงสุดที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น ชาวโปรเตสแตนท์จะเรียกว่า อัครปิตา ชาวโรมันคาทอลิก เรียกว่า อัยกา และชาวไทยก็จะเรียกว่า พระสังฆราช ซึ่งในประเทศไทยจะถือว่า เป็นพระมหาเถระผู้เป็นใหญ่สูงสุดในสังฆมณฑล โดยแต่ละประเทศก็จะมีพระสังฆราชของแต่ละประเทศไป ซึ่งพระสังฆราชนี้เปรียบเหมือนประมุขของพระสงฆ์ ซึ่งอาจจะเป็นเฉพาะของคณะหนึ่ง หรือเป็นประมุขของคณะทั้งปวงเลยก็ได้ โดยจะเรียกว่าสกลมหาสังฆปริณายก ในเชิงของภาษา สังฆราช เป็นคำสมาส ที่มาจากคำว่า พระสงฆ์+ราชา จึงแปลความหมายได้ว่า ราชาแห่งคณะสงฆ์นั่นเอง การจะสถาปนาพระสังฆราชนั้น เป็นหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ที่จะเป็นผู้สถาปนาสมเด็จพระราชาคณะ ให้ขึ้นมาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

ในส่วนของประวัติของอัครบิดรมีอยู่ว่า หลังจากที่มีเหตุการณ์ First Council of Nicaea หรือเรียกอีกอย่างว่า การสังคายนาไนเซียครั้งที่ 1 เป็นการเรียกประชุมบรรดามุขนายกทั้งหมดในจักรวรรดิโรมันเพื่อที่จะมาประชุมกันที่เมืองไนเซีย เพื่อที่จะมาประชุมกันเพื่อหาข้อสรุปความเชื่อเกี่ยวกับสถานะของพระบุตร จึงเรียกเหตุการณ์นี้ว่า First Council of Nicaea เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 325 โดยคริสตจักรถูกแบ่งเป็น 3 เขต ได้แก่ โรม แอนติออก และอเล็กซานเดรีย ทั้งสามเขตนี้ก็จะมีอัครบิดรเป็นของตนเอง แต่จะถือเอาอัครบิดรแห่งโรมเป็นพระสันตะปาปาหรือประมุขสูงสุด ต่อมาเขตแอนติออก ถูกแบ่งออกเป็น 2 เขต คือ เยรูซาเลมและคอนสแตนติโนเปิล ทำให้ต้องมีอัครบิดรเพิ่มอีกหนึ่งคน กลายเป็นว่าในขณะนั้นคริสตจักรมีอัครบิดรอยู่ 5 ท่าน แต่ก็ยังคงให้พระอัครบิดรแห่งโรมเป็นประมุขสูงสุดเหมือนเก่า แต่ในขณะเดียวกันอัครบิดรแห่งคอนสแตนติโนเปิลก็เป็นใหญ่สุดในคริสตจักรตะวันออก โดยเป็นเขตที่ใช้ภาษากรีกทำให้ในทางของการปฏิบัติแล้ว อัครบิดรแห่งคอนสแตนติโนเปิลมีอำนาจมากกว่า ในระยะเวลาอีกไม่นานเขตแอนติออกถูกแบ่งออกเป็นสามเขต คือ เมลไคต์ มาโรไนต์ และซีเรียน โดยใช้เกณฑ์ของภาษาพิธีกรรมในการแบ่ง ทำให้ต้องมีอัครบิดรเกิดขึ้นแต่ละเขต และอีกไม่นานกรุงโรมก็ถูกแบ่งเขตอีกเช่นกัน โดยแบ่งออกอีกสามเขต คือ เวนิส ลิสบอน และกัว แน่นอนว่าแต่ละเขตก็จะต้องมีอัครบิดรอีกเช่นกัน

อย่างที่เราทราบกันอยู่แล้วว่าในเวลาต่อมาคริสตจักรเกิดการแบ่งนิกายขึ้น เนื่องมีจากมีพระสันตะปาปาขายใบไถ่บาป ใบบุญ เพื่อที่จะเรี่ยไรเงินเข้าวัด แถมนักบวชในยุคนั้นใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย หรูหรา ไม่ปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนา มักจะมีการตีความตามใจชอบด้วยความไม่มีเหตุผล ทำให้เกิดการประท้วงขึ้นแล้วก็แบ่งนิกายในที่สุด