• Vatican-City-pic-thum

    นครรัฐวาติกัน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์

    มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ หรือมหาวิหารของเปโตร เป็นสัญลักษณ์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์แห่งนครวาติกัน เป็นหนึ่งในอาคารที่สวยที่สุดในกรุงโรม ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน 2,000 ปี วันนี้เราจะพามาทำความรู้เกล็ดน่ารู้มากมายเกี่ยวกับตัวอาคารและประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตภายในวิหารแห่งนี้ ติดตามกันให้ดีๆ กับ 5 ข้อควรรู้ของมหาวิหารที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ 1.วิหารแห่งนี้ไม่ใช่ของแท้ตามต้นฉบับแห่งแรกของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โบสถ์ที่น่าประทับใจที่คุณเห็นในปัจจุบันไม่ใช่มหาวิหารเดิมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โดยถือว่ามันเป็นวิหารแห่งที่สอง โบสถ์เดิมถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4 โดยจักรพรรดิคอนสแตนติน จักรพรรดิคริสเตียนองค์แรกของจักรวรรดิโรมัน เพื่อเป็นสถานที่สำหรับฝังนักบุญปีเตอร์ ต่อมาตัววิหารโบราณ กำลังตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างร้ายแรงทำให้ แต่โชคดีที่สมเด็จพระสันตะปาปา Julius II มีความกล้าพอที่จะสั่งให้ลื้อถอนทำลายทิ้งและสร้างใหม่ทั้งหมด ผลของมันทำให้สิ่งที่เหลือรอดมาจากอดีตกลายเป็นสิ้นที่ไม่มีค่า ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องโมเสค่างๆ ถูกทำลายทั้งสิ้น โดยวิหารใหม่ถูกสร้างขึ้นในปี 1506-1626 เป็นงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา 2.แต่เดิมมันไม่ใช่มหาวิหาร และไม่ใช่ที่ประทับของสมเด็จพระสันตะปาปา เรื่องจริงของมันมีอยู่ว่ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ไม่ใช่ที่ประทับอย่างเป็นทางการของสมเด็จพระสันตะปาปา […]

     
  • Thanksgiving-pic

    วันขอบคุณพระเจ้ามีประวัติที่มา

    วันขอบคุณพระเจ้าคืออะไรและเหตุใดจึงมีการเฉลิมฉลอง ทำไมชาวคริสถึงรวมตัวกับพร้อมหน้ากันในวันนี้ เราจะมาหาคำตอบกัน ก่อนอื่นเลย วันขอบคุณพระเจ้าเป็นวันหยุดประจำปีของชาวอเมริกันที่รักมาก และเฝ้ารอคอยมากที่สุด จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายนซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นเทศกาลวันหยุดประจำปี ต้นกำเนิดของวันขอบคุณพระเจ้าต้องย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1621 เมื่อกลุ่มของผู้แสวงบุญชาวอังกฤษในแมสซาชูเซตร่วมฉลองกับชนเผ่าพื้นเมืองอเมริกันเพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ “วันขอบคุณพระเจ้าครั้งแรก” นี้จึงเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมและกินเวลาประมาณสามวันถึงแม้จะมีหลักฐานแสดงให้เห็นว่ามีพิธีคล้ายคลึงกันเมื่อสองปีก่อนในเวอร์จิเนีย ข้อมูลวันที่ๆ แน่นอนของวันขอบคุณพระเจ้าแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐจนกระทั่งในปี ค.ศ.1863 อับราฮัมลินคอล์นได้ประกาศให้เป็นวันหยุดประจำชาติทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีการเฉลิมฉลองในแคนาดาและหมู่เกาะแคริบเบียนต่างๆ แม้ว่าสหราชอาณาจักรจะมีวันขอบคุณพระเจ้าของตัวเองแม้ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางก็ตาม โดยปกติแล้ววันหยุดของเหล่าคนในอเมริกานั้น จะเป็นการมารวมตัวกับครอบครัวและเพื่อนฝูงที่จะกินดื่มและดูอเมริกันฟุตบอล เมืองหลวงใหญ่ๆ หลายแห่งจะมี ขบวนแห่ใหญ่พร้อมกับวงดนตรีเดินพาเหรดรอบเมือง มีลูกโป่งการ์ตูนต่างๆ ขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือพวกเขาไปมา ขบวนพาเหรดที่โด่งดังที่สุดคือขบวนพาเหรดวันเมซี่ในนิวยอร์กซิตี้ การเฉลิมฉลองวันขอบคุณพระเจ้าในนครนิวยอร์กเป็นขบวนพาเหรดที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดซึ่งดึงดูดผู้ชมประมาณ 2 ถึง 3 ล้านคนตามเส้นทาง 2.5 […]

     
  • Sacrifice-of-Christianity-pic

    พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์มีอะไรบ้าง

    ศาสนาคริสต์ถือว่าเป็นศาสนาใหญ่ของโลก และมีผู้นับถือมากที่สุด มีเรื่องราวความเชื่อ และพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์มากมาย แต่ที่สำคัญๆ มีเพียงไม่กี่พิธีกรรมเท่านั้นที่จะประกอบไปด้วย พิธีบัพติศมา, ศิลกำลัง, ศีลสมสร, ศิลเจิมคนไข้, และศิลอนุกรม ล้วนมีความสำคัญในทางศาสนาและรายละเอียดในแต่ละพิธีสามารถอ่านได้จากด้านล่างนี้ การล้างบาป หรือ พิธีบัพติศมา (Baptism) แม้ว่าศีลล้างบาปเริ่มเป็นวิธีการนำผู้ใหญ่เข้าสู่โบสถ์ แต่มันได้กลายเป็นวิธีที่จะนำพาให้เด็กแรกเกิดเข้าร่วมเป็นสมาชิกของชุมชนคริสเตียน หรือพูดง่ายๆ ก็คือพิธีต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวโดยนักบวชจะทำการเจิมน้ำศักสิทธิ์ที่หน้าผากของเด็กทารกแรกเกิด อีกทั้งยังเป็นพิธีที่ทำในพื้นสาธารณะที่ทำโดยนักบวชก่อนที่คริสตจักรใช้เพื่อที่คนยืนยันความตั้งใจของพวกเขาที่จะกลายเป็นคริสเตียนในพิธีศีลกำลัง ในยุคปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ของเราการล้างบาปของทารกกลายเป็นธรรมเนียมที่ทำกันอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวคริสเตียน เป็นวิธีการเชื่อมโยงเด็กเข้ากับสังคมของคริสตจักรเพื่อให้ทุกคนมีความรับผิดชอบในการเลี้ยงดูเด็กภายในชุมชนคริสเตียน ศีลกำลัง (Confirmation) หลังจากที่ทารกนั้นได้ผ่านพิธีการล้างบาปแล้ว จะมาถึงการเข้าสู่พิธีกรรมที่สองคือศีลกำลัง ซึ่งเด็กโตจะต้องให้คำสัตย์สาบานว่าจะนับถือในศาสนาคริสต์อย่างไม่เสื่อมคลาย ศีลกำลังนั้นหมายความว่ายิ่งผู้ใดมีความศรัทธาอันแรงกล้า ก็จะได้รับพรแห่งพระจิตที่ยิงใหญ่ โดยพิธีกรรมนี้มักจะทำตั้งแต่ช่วงที่อยู่วัยรุ่น ช่วงอายุประมาณ 8 จนถึง 13 […]

     
  • eastereggh-fes

    เทศกาลอีสเตอร์มีอะไรบ้าง และ เพื่ออะไร

    อีสเตอร์คือการเฉลิมฉลองการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูจากอุโมงค์ฝังศพในวันที่สามหลังจากที่เขาได้โดนตรึงกางเขน อีสเตอร์คือคำทำนายที่เป็นไปตามที่คาดการณ์ว่าพระคริสจะที่จะถูกข่มเหงและทรมานจนตายเพื่อบาปของเราและจะกลับฟื้นคืนในวันที่สามหลังจากนั้น ระลึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเป็นหนทางที่จะสร้างความหวังในการมีชัยเหนือบาปทั้งปวง คริสตชนยุคแรกๆ เริ่มระลึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ทุกวันอาทิตย์ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในคริสต์ศักราช 325 สภาไนซีอาจัดวันพิเศษขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการคืนพระชนม์ แต่ก็มีปัญหาเกี่ยวกับวันอย่างเป็นทางการ ว่าจะตัดสินใจว่าควรมีการเฉลิมฉลองการคืนพระชนม์ในวันธรรมดาหรือทุกวันอาทิตย์ หลายคนรู้สึกว่าวันที่ควรจะยังคงเป็นไปตามเทศกาลปัสกา เพื่อให้ผู้นำชาวยิวพิจารณาวันปัสกาในแต่ละปี ผู้นำคริสเตียนสามารถกำหนดวันอีสเตอร์ได้ด้วยการกำหนดสามวันหลังจากเทศกาลปัสกาตามกำหนดการนี้จะหมายความว่าวันอีสเตอร์จะเป็นวันที่แตกต่างกันของสัปดาห์ในแต่ละปี ในที่สุดสภาตัดสินใจอีสเตอร์ควรจะมีการเฉลิมฉลองในวันอาทิตย์หลังจากพระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกหลังจากเที่ยงคืนหลังจากวสันตวิษุวัตซึ่งจะมีวันเวลาเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ปี จึงคำนวณวันเวลาที่เกิดได้ยากลำบาก นี้ยังคงเป็นวิธีการที่ใช้ในการกำหนดวันอีสเตอร์ในวันนี้ซึ่งเป็นเหตุผลที่บางปีเรามีอีสเตอร์เร็วกว่าปีอื่นๆ อะไรคือสิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงเมื่อคุณนึกถึงเทศกาลอีสเตอร์ ในฐานะคริสเตียนภาพแรกที่พวกเขาคิดอาจเป็นรูปกางเขนหรือสุสานว่างเปล่า แต่สำหรับคนทั่วไปจะนึกถึงภาพที่เต็มไปด้วยกระต่ายสีขาวเต็มไปหมด แล้วกระต่ายกับไข่เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลอีสเตอร์ได้อย่างไร ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือกระต่ายเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ และออกลูกได้เยอะ ทำให้เป็นตัวแทนของการเกิดใหม่ สัตว์อื่นที่มีลูกง่ายก็นับรวมเป็นตัวแทนได้เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของดวงจันทร์ และประจวบเหมาะกับวันอีสเตอร์นั้นขึ้นอยู่กับดวงจันทร์ สิ่งนี้อาจช่วยให้กระต่ายเข้ามามีบทบาทสำคัญในเทศกาลอีสเตอร์ได้ เช่นเดียวกับไข่อีสเตอร์ ที่เป็นตัวแทนของสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะถือกำเนิด ตามความเชื่อของชาวคริสเตียน และได้นำมันมาอยู่คู่กับกระต่ายอิสเตอร์ด้วย ไม่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้น วัฒนธรรมโบราณหลายแห่งมองว่าไข่เป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิต ชาวฮินดู […]

     
  • christmas-in-christianity

    เทศกาลวันคริสต์มาสในศาสนาคริสต์มีอะไรบ้าง และ เพื่ออะไร

    คุณอาจรู้ว่าคริสต์มาสมีการเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม ในสหรัฐอเมริกาโดยมีความเชื่อว่าครอบครัวจะไดรับของขวัญที่ซานตาคลอสทิ้งไว้ใต้ต้นคริสต์มาสในเช้าวันคริสต์มาส หลายคนเข้าร่วมงานคริสตจักรในวันคริสต์มาสอีฟ และตอนเช้าวันคริสมาสต์ ต่อมาก็รวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหารค่ำวันคริสต์มาสกับครอบครัว วันคริสตมาคือการประสูติของพระเยซูที่เกิดกับหญิงพรหมจารีในโรงนาในเบธเลเฮมและก็มีเรื่องราวมหัศจรรย์มากมายรอบตัวเขาหลังประสูติ เช่นเทวดาที่มาแสดงกายต่อหน้าคนเลี้ยงแกะ บอกให้เขาไปเยี่ยมเยือนพระผู้ช่วยให้รอดที่เพิ่งได้ถือกำเนิด พระคัมภีร์ใหม่หรือบันทึกทางประวัติศาสตร์ใดๆ ไม่ได้ระบุวันเกิดของพระเยซูอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้คริสตจักรเริ่มพิจารณาวันที่ต่างๆ ที่มีความเป็นไปได้ เช่น 2 มกราคม 21 มีนาคม 25 มีนาคม 18 เมษายน 19 เมษายน 20 พฤษภาคม 28 พฤษภาคม 17 พฤศจิกายนและ 20 พฤศจิกายน คริสตจักรตะวันตกเริ่มตั้งข้อสังเกตในวันที่ 25 […]

     
  • Teachings_Christianity_Talk

    หลักคำสอนของศาสนาคริสต์

    ศาสนาคริสต์เป็นอีกศาสนาหนึ่งในโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี ยังคงเป็นศาสนาที่คนทั่วไปให้ความเคารพศรัทธาในหลักคำสอนเสมอมา ทุกวันนี้เรียกได้ว่าเป็นศาสนาที่มีผู้คนนับถือเยอะที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ จะว่าไปแล้วหลักคำสอนของศาสนาคริสต์ก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายแต่ทุกคำสอนของศาสนาก็ต้องการมุ่งเน้นให้ผู้คนประพฤติตัวอยู่ในความดี ละเว้นความชั่วทั้งปวงทำให้โลกเกิดสันติสุขและความสงบสุขอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งหลักคำสอนที่น่าสนใจของศาสนาคริสต์เองก็มีด้วยกันหลายประการดังที่จะระบุต่อไปนี้ หลักคำสอนที่น่าสนใจของศาสนาคริสต์ แท้จริงแล้วศาสนาคริสต์เองมีรากฐานการกำเนิดมาจากศาสนายิวที่มีโมเสสเป็นศาสดา รวมถึงเป็นผู้ยืนยันว่าพระผู้เป็นเจ้าหรือพระยะโฮวาทรงได้รับประทานบัญญัติมาให้ ศาสนิกชนที่นับถือคริสต์ศาสนาทุกคนจะต้องนับถือศรัทธาในพระเยซูเป็นสิ่งสูงสุดในชีวิต นอกจากนี้ยังต้องจงรักภักดีต่อเพื่อนบ้าน เพื่อนมนุษย์ ให้เหมือนดั่งการรักตัวเอง ซึ่งหลักคำสอนที่น่าสนใจและสามารถนำไปยึดถือปฏิบัติได้มีดังนี้ หลักบัญญัติ 10 ประการ จงนับถือต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น อย่าทำการออกพระนามของพระเจ้าอย่างไม่สมควร วันพระเจ้าให้ถือว่าเป็นวันที่มีความศักดิ์สิทธิ์ จงให้ความเคารพนับถือบิดารมารดาของตนเอง อย่าฆ่าคนโดยเด็ดขาด อย่าล่วงเกินประเวณีผู้อื่นเป็นอันขาดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม อย่าลักทรัพย์ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเอง อย่าขโมยในสิ่งที่ไม่ใช่ของตนอง อย่าทำตัวเป็นพยานเท็จต่อหน้าเพื่อนบ้านของเจ้า อย่าโลภมากเพื่อหวังได้บ้านเรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภมากเพื่ออยากได้เมียของเพื่อนบ้านหรือทาสของเขา ลา โค ของเขาหรือแม้แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นของเขา ที่ไม่ใช่ของเรา หลักตรีเอกานุภาพ เป็นหลักคำสอนที่ให้เกิดการศรัทธาในพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวแต่จะมีทั้งหมด […]

     
  • armenian_patriarchate_religion

    การเปลี่ยนศาสนาไปนับถือศาสนาคริสต์

    ไม่ว่าจะเป็นการนับถือศาสนาใดก็ตามแต่หากผู้ที่นับถือมีความสุข สามารถนำหลักคำสอนของศาสนานั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้ย่อมเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งศาสนาบนโลกใบนี้ก็มีอยู่ด้วยกันหลายศาสนาการที่คนเราจะเลือกนับถือศาสนาอะไรก็ตามตอนแรกอาจเกิดจากการนับถือตามพ่อแม่ ตามผู้ใหญ่ที่เลี้ยงดูแต่เมื่อเติบโตขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าต้องการนับถืออีกศาสนาด้วยเหตุผลอะไรก็ตามเป็นสิ่งที่สามารถทำได้เพราะขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ อย่างคนที่รู้สึกว่าศาสนาคริสต์มีหลักคำสอนที่น่าสนใจ อยากทำความรู้จักมากขึ้น ให้ความนับถือพระเยซู ก็สามารถเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ได้เช่นเดียวกัน พิธีกรรมสำหรับผู้ที่เปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนาคริสต์ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามหากเปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนาคริสต์พิธีกรรมที่ทุกคนจะต้องทำเหมือนกันหมดนั่นก็คือ พิธีล้างบาป เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ซึ่งเกิดขึ้นมาเพื่อต้องการรับผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์เข้ามาใหม่ของคริสตจักร สำหรับขั้นตอนและพิธีกรรมตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ทุกคนจะต้องผ่านพิธีศีลล้างบาปนี้ก่อนจึงจะสามารถกลายมาเป็นชาวคริสต์ที่สมบูรณ์ได้ การรับศีลล้างบาปสามารถรับได้เพียงครั้งเดียวจากนั้นไม่จำเป็นต้องรับอีกตลอดชีวิต ขั้นตอนชองการทำพิธีล้างบาปก็คือผู้เข้าทำพิธีจะต้องจุ่มตัวเองลงไปในน้ำจนมิดเป็นการแสดงถึงการถูกฝังร่วมกับพระคริสต์แล้วจึงโผล่ขึ้นมาจากน้ำเพื่อแสดงถึงการฟื้นคืนพระชนม์ พิธีการนี้จะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง หากใครก็ตามที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ผ่านพิธีล้างบาปแล้วเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นแต่ก็กลับมานับถือศาสนาคริสต์อีกครั้งก็จะไม่ต้องทำพิธีกรรมนี้อีก สำหรับการเรียกว่าพิธีศีลล้างบาปก็สืบเนื่องมาจากชาวคริสต์เชื่อว่าทุกคนบนโลกใบนี้มีบาปติดตัวกันมาทั้งสิ้นตั้งแต่เกิด เรียกว่า บาปกำเนิด การรับศีลจึงเป็นการแสดงสัมพันธภาพระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ เป็นการแสดงด้านความมั่นคงของจิตใจ ถือว่าเป็นการรับพระจิตให้มาอยู่กับตนเอง พิธีล้างบาปนี้เป็นพิธีที่สืบเนื่องมาจากชาวอิสราเอลตั้งแต่สมัยยุคพันธสัญญาเดิมที่เชื่อว่าการชำระล้างด้วยน้ำเป็นเครื่องหมายของการชำระทางจิตใจ นี่จึงเป็นพิธีการสำหรับคนที่จะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ต้องผ่านพิธีล้างบาปทุกคนนอกนั้นก็ขึ้นอยู่กับนิกายที่แต่ละคนนับถือด้วยว่าจะมีพิธีกรรมย่อยๆ อะไรเพิ่มเติมหรือไม่ แต่โดยรวมหากได้รับการทำพิธีศีลล้างบาปก็ถือว่าเป็นชาวคริสต์แบบเต็มตัวแล้ว

     
  • protestant_cluth_temple

    ความแตกต่างระหว่างโรมันคาทอลิกกับโปรเตสแตนต์

    โรมันคาทอลิกนับถือพระเยซูและพระนางมารีย์พรหมจารี เพราะเชื่อว่าพระแม่มารีย์พระมารดาพระเยซูเป็นพรหมจารีเสมอ โดยเรียกว่า “แม่พระ” หรือพระมารดาพระเจ้า นั้นหมายความว่า พระยูเสมือนพระมหากษัตริย์ แม่พระเป็นเหมือนพระราชชนนี ส่วนนิกายโปรเตสแตนต์นับถือเพียงแต่พระเยซู เพราะโปรเตสแตนต์เชื่อว่านางมารีย์เป็นหญิงพรหมจรรย์ แต่ก็นับถือว่านางเป็นพระมารดาของพระเยซูเช่นกัน

     
  • peter_roman_cluth

    ความแตกต่างระหว่างอิสเทิร์นออร์ทอดอกซ์กับโรมันคาทอลิก

    ทางโรมันคาทอลิกทำการเปลี่ยนแปลงหลักข้อเชื่อไนซีนเรื่องของบังเกิดพระจิตเจ้า “ทรงเนื่องมาจากพระบิดาและพระบุตร” แต่ทางศาสนจักรออร์ทอดอกซ์กลับมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูก เนื่องจากตามข้อตกลงแห่งสภาสังคายนาเอเฟซัสครั้งที่หนึ่ง ระบุว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดเปลี่ยนแปลงหลักข้อเชื่อ” ซึ่งตรงกันข้ามกับทางโรมันคาทอลิกที่ได้เปลี่ยนแปลงหลักข้อเชื่อ หรือตามภาษาลาติน “Filioque” ทำให้ศาสนจักรออร์ทอดอกซ์จึงไม่พอใจและประณามเรื่องดังกล่าว

     
  • orientalorthodox-history

    คริสตจักรออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์

    นิกายศาสนาคริสต์ตะวันออก ซึ่งได้รับการมติสภาสังคายนาสากลเฉพาะ 3 ครั้ง โดยแบ่งเป็น 1.สังคายนไนเซียครั้งที่หนึ่ง 2.สังคายนาคอนสแตนติโนเปิลครั้งที่หนึ่ง 3.สังคายนาแห่งเอเฟซัส ทั้งนี้ยังมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “คริสตจักรออเรียนทัลเก่า” ทั้งนี้ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ คอปติดออร์ทอดอกซ์ ,เอธิโอเปียนออร์ทอดอกซ์ , เอริเทรียนออร์ทอดอกซ์ , ซีเรียกออร์ทอดอกซ์ และ คริสตจักรอัครทูตอาร์มีเนียน